การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่
ชื่องานวิจัย การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ (รหัสวิชา ส 33201) สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ชื่อผู้วิจัย นางศรีไพร อินถา
หน่วยงานที่สังกัด โรงเรียนช่างเคี่ยน อำเภอเมืองเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่เชียงใหม่ เขต 1
ปีการศึกษา 2551
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2 ) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 ) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นสังคมศึกษา และ 4 ) เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่น
กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 35 คน 1 ห้องเรียน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย
1.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2. แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ จำนวน 5 แผน เวลา 20 ชั่วโมง 3. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นสังคมศึกษา จำนวน 70 ข้อ 4. แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 5. แบบวัดเจตคติของนักเรียนที่เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่น การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ทำการทดสอบก่อนเรียนและสอนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จากนั้นทดสอบหลังเรียนแล้วสอบถามความพึงพอใจและเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามนำมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 มีประสิทธิภาพ E1 / E2เท่ากับ 90.20 / 92.82 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80 / 80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนรายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 41.49 คิดเป็นร้อยละ 59.27 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 64.97 คิดเป็นร้อยละ 92.82 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทำให้เกิดความความรู้เพิ่มขึ้นมากขึ้น ทำให้ทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของตนเองได้ทันทีหลังการเรียนรู้และนักเรียนภูมิใจที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
4. นักเรียนมีเจตคติที่ก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นในระดับมากที่สุดในเรื่องต้องการร่วมมืออนุรักษ์สืบทอดประเพณีเมืองเชียงใหม่สืบไปและมีความรัก ภาคภูมิใจในท้องถิ่นเมืองเชียงใหม่ เมื่อได้เรียนรู้ เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ชื่อผู้วิจัย นางศรีไพร อินถา
หน่วยงานที่สังกัด โรงเรียนช่างเคี่ยน อำเภอเมืองเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่เชียงใหม่ เขต 1
ปีการศึกษา 2551
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2 ) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3 ) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นสังคมศึกษา และ 4 ) เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่น
กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนวัดช่างเคี่ยน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 35 คน 1 ห้องเรียน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย
1.บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2. แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ จำนวน 5 แผน เวลา 20 ชั่วโมง 3. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นสังคมศึกษา จำนวน 70 ข้อ 4. แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนเรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 5. แบบวัดเจตคติของนักเรียนที่เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่น การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ทำการทดสอบก่อนเรียนและสอนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จากนั้นทดสอบหลังเรียนแล้วสอบถามความพึงพอใจและเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามนำมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 มีประสิทธิภาพ E1 / E2เท่ากับ 90.20 / 92.82 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 80 / 80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนรายวิชาประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 41.49 คิดเป็นร้อยละ 59.27 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 64.97 คิดเป็นร้อยละ 92.82 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ทำให้เกิดความความรู้เพิ่มขึ้นมากขึ้น ทำให้ทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของตนเองได้ทันทีหลังการเรียนรู้และนักเรียนภูมิใจที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
4. นักเรียนมีเจตคติที่ก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นในระดับมากที่สุดในเรื่องต้องการร่วมมืออนุรักษ์สืบทอดประเพณีเมืองเชียงใหม่สืบไปและมีความรัก ภาคภูมิใจในท้องถิ่นเมืองเชียงใหม่ เมื่อได้เรียนรู้ เรื่องประเพณีชีวิตคนเมืองเชียงใหม่